วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ Programming Languages

ภาพจาก : https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhdBLDH1vBEDg6k0tdBNun2-hLS1__m1-PvlDYvgi_HbRJpDQU3lsJT-Z5CMDMq66ni-zOu0VaA2TIDwmqdGj1DByfpWcprHZCJV-e8fPTTqFROCn-Vl92SnDRFrii4TFk6iyy6nLI5ipEJ/s1600/25666%5B1%5D.jpg
       สวัสดีค่ะ ทุกๆคน ฉันคิดว่าทุกคนพอจะทราบเกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์ใช่ไหมค่ะ วันนี้ดิฉันจะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์ ให้ทุกคนได้ทราบกันเพิ่มเติมนะค่ะ   

      โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ Programming Languages คือ เครื่องมือที่มนุษย์ใช้สื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยแต่ละภาษาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจน มีคำศัพท์ที่ใช้จำนวนจำกัด
ร ะดับของภาษา(Level of Languages) มีดังนี้
1.ภาษาเครื่อง(Machine Languages)
2.ภาษาแอสแซมบลี(Assembly Languages)
3.ภาษาระดับสูง(High-level Languages)
4.ภาษาระดับสูงมาก(Very High-level Languages)
5.ภาษาธรรมชาติ(Natural Languages)

     ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับของภาษากันเลยนะค่ะ จะได้ทราบว่าระดับของภาษาใช้เขียนอย่างไร
ภาพจาก : http://cdn2.ubergizmo.com/wp-content/uploads/2014/02/kentucky-languages.png
1.ภาษาเครื่อง : เป็นภาษาที่มีระดับต่ำที่สุด โดยจะเขียนด้วยระบบฐานสอง ซึ่งมีเพียง 0 กับ 1 เท่านั้น
ภาพจาก : http://neung.kaengkhoi.ac.th/mdata/pic/P048A.jpg

2.ภาษาแอสแซมบลี : จัดเป็นภาษาระดับต่ำมาก ใช้ตัวย่อ หรือรหัสย่อในการเขียนโปรแกรม เช่น A คือรหัสของ Add , C คือ Compare เป็นต้น และตัวแปลภาษา Assembly คือ Assembler
คอมพิวเตอร์สามารถกระทำการ (Excute) ได้เฉพาะภาษาเครื่องเท่านั้น ดังนั้นหากเราเขียนด้วยภาษาใดๆ ก็ตามที่มิใช่ภาษาเครื่อง จะต้องใช้ตัวแปลภาษา(Translator) เพื่อแปลภาษาโปรแกรมที่เขียนให้เป็นภาษาที่เครื่อง เข้าใจ
3.ภาษาระดับสูง : เป็นภาษาโปรแกรมยุคที่ 3 ที่เป็นภาษาระดับสูงโปรแกรมจะเขียนในลักษณะคล้ายภาษาอังกฤษ ทำให้เขียนได้ง่ายขึ้น และสำหรับตัวแปลภาษาโปรแกรมเหล่านี้คือ คอมไพเลอร์ (Compiler) โดยคอมไพเลอร์จะทำหน้าที่แปล Souce Program ให้เป็น Oject Program โดยแปลครั้งเดียว ยกตัวอย่างภาษาโปรแกรมระดับสูงเช่น Fortran , Basic, pascal, C, Cobol
4.ภาษาระดับสูงมาก : เป็นภาษาโปรแกรมยุคที่ 4 ซึ่งเป็นภาษาระดับสูงมาก จัดเป็นภาษาไร้กระบวนคำสั่ง หมายความว่าผู้ใช้ เพียงบอกแต่ว่าให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร โดยไม่ต้องบอกคอมพิวเตอร์ว่าสิ่งนั้นทำอย่างไร เรียกว่าเป็นภาษาเชิงผลลัพธ์ คือเน้นว่าทำอะไร ไม่ใช่ทำอย่างไร ดังนั้นจึงเป็นภาษาโปรแกรมที่เขียนง่าย

5.ภาษาธรรมชาติ : เป็นภาษาโปรแกรมยุคที่ 5 ซึ่งคล้ายกับภาษาพูดตามธรรมชาติของคน การเขียนโปรแกรมง่ายที่สุด คือการเขียนคำพูดของเราเองว่าเราต้องการอะไร ไม่ต้องใช้คำสั่งงานใดๆ เลย

ภาพจาก : http://www4.csc.ku.ac.th/~b5240200866/Image/alg2.jpg

ตัวอย่างภาษาในยุคต่างๆ ดังนี้


ภาพจาก : https://www.grid.wayne.edu/files/images/tutorials/grid_environment/fortran/fortran19.jpg

Fortran : ภาษาระดับสูงภาษาแรก เป็นภาษาโปรแกรมที่ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และด้านคณิตศาสตร์ ภาษาฟอร์เทนจะประกอบด้วยข้อความ คำสั่ง ทีละบรรทัด

Colbol : ภาษาโปรแกรมสำหรับธุรกิจ ที่มีลักษณะคล้ายกับภาษาอังกฤษ และที่สำคัญคือ เป็นภาษาโปรแกรมที่อิสระจากเครื่อง หมายความว่า โปรแกรมที่เขียนขึ้นใช้งานบนคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเพียงแค่ปรับปรุงเล็กน้อยก็สามารถรันได้บนคอมพิวเตอร์อีกชนิดหนึ่ง

Basic : ภาษาโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น เป็นภาษาโปรแกรมที่เรียนรู้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับใช้ในวงการศึกษา

Pascal : เป็นภาษาสำหรับการเรียนการสอนโดยเฉพาะ เป็นภาษาที่เขียนง่าย ใช้ถ้อยคำน้อย
Ada : ภาษามาตรฐาน ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย โปรแกรมเมอร์คนแรก คือ เคาต์ Add Lovelace เป็นภาษาที่ประสบความเร็จกับงานด้านธุรกิจ

C : ภาษาสมับใหม่ เป็นภาษาที่ใช้สำหรับเขียนโปรแกรมระบบปฎิบัติการ เหมาะสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่มีความสามารถสูง

ALGOL : เป็นภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมด้านวิทยาศาสตร์

LISP : เป็นภาษาที่ใช้เมื่อประมวลผลด้านสัญลักษณ์อักขระ,หรือคำต่างๆ ซึ่งเป็นการได้ตอบระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ ภาษานี้นิยมใช้เขียนโปรแกรมด้านปัญญาประดิษฐ์

Prolog เป็นภาษาโปรแกรมสำหรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งแทนการใช้ภาษาLISP

PL/1 : เป็นภาษาที่เรียนรู้ง่าย ใช้งานทั้งด้านวิทยาศาสตร์ และด้านธุรกิจ ดังนั้นภาษานี้จะมีขนาดใหญ่ มี option มาก

ALP : เป็นภาษที่เหมาะสมกับการทำตาราง มีสัญลักษณ์ต่างๆ มาก

Logo เป็นภาษาย่อยของ lisp เป็นโปรแกรมสำหรับเด็ก มีการสนทนาโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ โดยใช้ "เต่า" เป็นสัญลักษณ์โต้ตอบกับคำสั่งง่ายเช่น forward, left

Pilot : เป็นภาษาโปรแกรมที่นิยมใช้มากที่สุดในการเขียนโปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน(CAI) เช่น งานเกี่ยวกับคำสั่ง ฝึกหัด การทดสอบ เป็นต้น

Smalltalk : เป็นภาษาเชิงโต้ตอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยการจำ และการพิมพ์ เป็นภาษาที่สนับสนุนระบบคอมพิวเตอร์ภาพ เป็นภาษาเชิงวัตถุไม่ใช่เชิงกระบวนการ

Forth : เป็นภาษาสำหรับงานควบคุมแบบทันที เช่นการแนะนำกล้องดาราศาสตร์ และเป็นภาษาโปรแกรมที่มีความเร็วสูง

Modula-2 : คล้ายคลึงกับภาษาปาสคาล ออกแบบมาเพื่อให้เขียนซอฟต์แวร์ระบบ

RPG เป็นภาษาเชิงปัญหา ออกแบบมาเพื่อใช้แก้ปัญหาการทำรายงานเชิงธุรกิจ เช่น การปรับปรุงแฟ้มข้อมูล


ที่มา : http://www.pbps.ac.th/e_learning/combasic/com_languages.html
http://image.dek-d.com/27/0337/2755/115225572
http://misc.home.news.cn/public/images/original/00/02/DA/6B/6B.gif
http://uc.exteen.com/love-is-love/images/pooh/baby-pooh-icon-emoticon-011.gif
http://dookdik.kapook.com/upload/whatsnew/35119.gif






วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

social network กับนักเรียนและสังคมไทย

ภาพจาก : http://churchm.ag/wp-content/uploads/2014/07/9138930735_1ff05143f5_o.jpg
ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ฉันเชื่อว่าต้องมี โซเชียล เน็ตเวิร์ค เข้ามาเกี่ยวข้องกับเราอย่างแน่นอน
อย่างเช่นตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องเช็คข่าวสารบ้านเมืองจากอินเทอร์เน็ตและเล่นโชเชียลต่างๆในการกิจกรรมต่างๆก็ต้องมี โซเชียล เน็ตเวิร์ค เข้ามาเกี่ยวข้องกับเราด้วย โทรศัพท์มือถือของเรานั้นเหมือนเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนขาดไม่ได้ เพราะมันเป็นเหมือนส่วนหนึงของชีวิตประจำวันเราไปแล้ว


ภาพจาก : http://thumbsup.in.th/wp-content/uploads/2014/06/10357759_765966536788759_8631627844479165846_o.jpg

social network คืออะไร

social network หรือ เครือข่ายสังคมเป็นรูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือยข่ายสังคม สำหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น ในบริการเครื่อข่ายสังคมมักจะประกอบไปด้วย การแช็ต ส่งข้อความ ส่งอีเมลล์ วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็อก 



พฤติกรรม 10 ประเภทของคนติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก
1. ปิ๊บเมื่อไหร่ ต้องใส่ใจทุกครั้ง มนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้จะตั้งค่าทุกความเคลื่อนไหวในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ให้มีเสียงเตือนทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีใครคอมเม้นท์ รีทวีต หรือกดไลค์ และเมื่อไหร่ที่เสียงเตือนดังขึ้น พวกเขาก็จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ประหนึ่งว่าทุกความเคลื่อนไหวนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่รับรู้ไม่ได้ คอขาดบาดตายเลยทีเดียวเชียว
2. ช่างไลค์ช่างเลิฟ ถูกใจไปซะทุกอย่าง มนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ เป็นนักชื่นชมชื่นชอบตัวยง ที่ไม่ว่าใครจะโพสต์รูปภาพ ข้อความชื่นชมด่าทอ หรือบ่นอะไรก็ตามแต่ จะต้องคอยเข้าไปกดไลค์กดเลิฟทุกอย่างที่เห็น อันไหนยังไม่กดก็ต้องไล่กดมันให้หมด ทำเหมือนกับปุ่มไลค์คือปุ่มลงชื่อว่า ฉันอ่านฉันดูแล้ว ยังไงยังงั้นเลยล่ะ
3. แชร์ทุกอย่างที่แชร์ได้ มนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ คุณจะไม่มีวันได้เห็นว่าเขาทำอะไร กับใคร ที่ไหน เพราะเขามีโซเชียลเน็ตเวิร์กไว้เพื่อแชร์ หรือรีทวีต ลิงก์ ข้อความ และเพลงต่าง ๆ เท่านั้น และไม่มีวันไหนที่จะปล่อยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กของตัวเองเงียบเหงาเลย ดังนั้น กิจวัตรประจำวันของมนุษย์ประเภทนี้ ก็คือ นั่งติดตามแฟนเพจ และความเคลื่อนไหวของเพื่อน จากนั้นก็จัดการกดปุ่มแชร์ หรือรีทวีตต่อ ไม่ต้องพิมพ์อะไรให้เมื่อยนิ้วเล่นเลยล่ะ
4. เช็คอินทุกย่างก้าว ไม่ต้องถามไถ่กันให้เมื่อยตุ้มว่า เธออยู่ไหน อยู่กับใคร เพราะมนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้จะรายงานคุณทุกย่างก้าว ด้วยการเช็คอินทุกสถานที่ที่พวกเขาไปเยือน(บางทีแค่นั่งรถผ่านก็ยังเช็คอิน) ดังนั้น ถ้าอยากจะไปเจอ หรืออยากจะปล้นพวกเขาละก็ ไปดักรอได้ตามสถานที่ที่พวกเขาเพิ่งจะเช็คอินนั่นแหละ
5. เช็คความเคลื่อนไหวในโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ตาม มนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้จะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุก 5-10 นาที เพื่อติดตามว่าใครโพสต์อะไร หรือมีข่าวคราวอะไรใหม่บ้างในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เรียกว่าขอเป็นคนแรกที่ได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างทันทีที่มีคนโพสต์ ใครมีเพื่อนเป็นมนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ ไม่ต้องห่วงอะไรเวลาเกิดภัยพิบัติ หรือเหตุด่วนเหตุร้ายเลย หนีทันตลอดแน่นอนจ้า
6. ไม่เป็นอันทำอะไรเลยหลังจากโพสต์ภาพหรือข้อความลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก มนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ จะมีอาการเสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กชนิดเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งก็คือ พอพวกเขาไม่ได้โพสต์อะไรลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก มันก็แทบไม่มีความหมาย แต่เมื่อไหร่ที่โพสต์อะไรลงไปปุ๊บ พวกเขาก็จะไม่เป็นอันทำอะไรเลย จิตใจอยู่ที่โซเชียลเน็ตเวิร์ก เอาแต่จ้องโทรศัพท์ของตัวเองเท่านั้น เพื่อติดตามฟีดแบ็กว่าใครจะมาแสดงความเห็น หรือกดไลค์กดเลิฟบ้าง แถมบางครั้งพอไม่มีฟีดแบ็กใด ๆ พวกเขาก็ลบภาพหรือข้อความนั้นไปซะงั้นแน่ะ
7. เจ้าแห่งคำคมสอนใจ ไม่มีวันไหนไม่โพสต์ มนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ จะมีกิจวัตรประจำวันที่ตายตัว นั่นคือ การสรรหาคำคม หรือข้อความสวย ๆ มาโพสต์ มาทวีต หรือเอามาทำเป็นรูปภาพสวย ๆ โพสต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกวัน วันละหลาย ๆ คำคม ปะปนไปกับสเตตัสส่วนตัวของตัวเอง ราวกับเป็นหน้าที่ของตัวเอง ที่ถ้าไม่ได้ทำก็เหมือนกับชีวิตลืมอะไรไป และพวกเขาก็มักจะได้ไลค์ ได้เลิฟเพียบ เพราะหลายคำคมมันจี๊ด และจี้จุดคนอ่านซะจริง ๆ นั่นแหละ
8. โพสต์ภาพอาหารที่ทานได้ทุกมื้อ ไม่ต้องไปถามพวกเขาเลยว่า กินอะไรหรือยัง เพราะมนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ จะรายงานอาหารการกินของพวกเขาได้ทุกวัน (บางคนก็ทุกมื้อ) ไม่ว่าเมนูที่พวกเขาทานจะเป็นอาหารง่าย ๆ อย่างโจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัดกะเพรา หรือจะเริ่ดหรูอย่างเค้กราคาแพง อาหารน่าทานในร้านหรู พวกเขาก็จะไม่ลืมแชะภาพมาลงให้ดูได้ตลอด ชวนให้เพื่อนน้ำลายไหลได้ทุกวันจริง ๆ
9. เล่นเกมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ตลอดเวลาที่ว่าง อย่าไปหวังว่าจะได้เห็นสเตตัสบอกเล่าเรื่องราว หรือแสดงความคิดเห็นของพวกเขา เพราะมนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ สเตตัสพวกเขาจะมีแต่เกม เกม และเกม เท่านั้น แถมบางวันก็จะมีข้อความเชิญให้ชาวบ้านไปร่วมแจมด้วยอีกแน่ะ นอกจากนี้ พวกเขายังไม่ค่อยสนใจอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นบนโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย โพสต์ข้อความอะไรฝากไว้ ก็จะไม่ได้รับการตอบกลับ แม้จะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่ถ้าอยากติดต่อกับมนุษย์โซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทนี้ แนะนำให้โทรศัพท์ หรือไปหาพวกเขาเลยดีกว่า
10. ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กแทนโทรศัพท์และช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ แม้มีธุระสำคัญ มนุษย์ประเภทนี้จะคิดถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอันดับแรก เมื่อมีเรื่องจำเป็นต้องคุยกับเพื่อนหรือญาติ เพราะคิดว่าเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์กจะต้องคอยเช็คและออนไลน์โซเชียลเน็ตเวิร์กไว้ตลอดเวลานั่นเอง

ทีมา : https://th-th.facebook.com/permalink.php?story_fbid=207622152723383&id=205462192939379


วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มาดูแอพฯ ของคนชอบเซลฟี่กัน !!

☺☻สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ^^   วันนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับแอพฯที่ใช้สำหรับเซลฟี่กันนะคะ 
หลายๆคนที่มีเวลาว่าง คงต้องเคยหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองอย่างแน่นอนใช่ไหมคะ แบบว่าอาจจะถ่ายเล่นกับเพื่อนๆเพื่อเก็บไว้ดูเล่นหรืออัพลงโซเชี่ยวกัน แต่ก็อาจจะพบปัญหาบางอย่าง คือความสว่างของรูปอาจจะมืดไปบ้าง หรืออาจจะมีสีไม่สวย ไม่ตรงต่อความต้องการของเรา ที่อยากจะให้เป็นแบบนู้นแบบนี้ใช่ไหมคะ แต่ไม่เป็นไรคะ เพราะในเวลานี้เรามีแอพฯ ที่จะมาช่วยในการแต่งภาพของเราอย่างมากมายนับไม่ถ้วนเลยคะ 
ไปดูแอพฯที่จะมาแนะนำกันเล้ยยย ======>>
ภาพจาก : http://android.coloawap.net/wp-content/uploads/2013/12/35.png

ภาพจาก : http://www.beautyplus.com/JP/images/slide_1.jpg
1.Beauty Plus
         เป็นแอพตัวนึงที่เรียกได้ว่ามาครบเลยคะ สามารถปรับแต่งได้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะทำให้หน้าเนียน ตาโต ผิวขาวขึ้น หน้าเรียว แบบไม่ต้องไปศัลยกรรมกันเลยทีเดียว 
ภาพจาก : http://i-cdn.phonearena.com/images/article/49933-image/VSCO-camera-app-launches-today-at-Google-Play-Store.jpg
ภาพจาก : http://pandodaily.files.wordpress.com/2012/04/screenshot.png?w=640&h=474
2.vsco cam

        เป็นแอพแต่งภาพที่ฮิตมากในหมู่ดาราและเซเลบิตี้ หลายๆคนชอบใช้แอพนี้แต่งภาพเพราะมันสามารถปรับภาพได้หลากหลายโหมด แถมสีที่ออกมามันดูสบายตาสุดๆไปเลยหละ

ภาพจาก : https://lh4.ggpht.com/s7Df3MNuxF3iW-uv9_nhFqhYOFVyPMhKeqKe4sC6WZt7GmA0xpPglMu2nLoPnZYyPw=w300
ภาพจาก : http://www.cyberlink.com/stat/product/CyberLink_app/YouCam_Perfect/enu/img/a05_youcammakeup.jpg

3.YouCam Perfect
      เป็นแอพแต่งภาพที่หลากหลายมาก ทั้งเป็นกล้องถ่ายเซลฟี่หรือจะถ่ายเซลฟี่วิดีโอก็ได้ ในโหมด edit สามารถแก้ไขภาพของเราให้ดูสวยหน้าเนียนฟรุ้งฟริ้ง แบบดาราเลยหละ และยังสามารถ
ลบส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้อย่างง่ายดายเลย
ภาพจาก : https://lh6.ggpht.com/RVqfaMmZy3HWokYRY6FLiqqirjQboNGN9dFOWmF2ilEYpSI1ULTmMtwGiVaNPmQqL4o=w300

ภาพจาก : http://cdn1.dottech.org/wp-content/uploads/2014/10/photo-mirror-effect-Instagram-c.png?d7b607
4.mirror camera 
      จะมีหน้าตาที่คล้ายกับ UI ของ Windows 8 ที่มีหน้าตาเรียบง่าย สวยงามและแอพนี้จะมีลูกเล่นใหม่ๆ ที่ทำให้รูปของเราดูสวยได้ด้วยฟังก์ชั่นการสะท้อน ภาพสามารถสะท้อนได้ทุกทิศทาง และยังมาพร้อมกับฟิลเตอร์ที่จะเปลี่ยนสีสันรูปภาพของเราให้ดูสดใสสวยงามมากยิ่งขึ้น 
ภาพจาก : http://www.adobotech.net/wp-content/uploads/2014/10/Screen-Shot-2014-10-30-at-10.11.13-AM.png
ภาพจาก : http://a5.mzstatic.com/us/r30/Purple3/v4/1f/85/4c/1f854cf3-2056-ee7a-324d-7628ca85d7d3/screen568x568.jpeg

5.B612
        แอพนี้เรียกได้ว่ามีทุกฟีเจอร์ที่คนชอบถ่ายภาพตัวเองต้องการเลยทีเดียวหละ ไม่ว่าจะเป็น โหมดการถ่ายภาพด้วยการแตะหน้าจอจุดไหนก็ได้ ปิดเสียงชัตเตอร์เวลาถ่ายได้ มีฟิลเตอร์มากมายหลากหลายให้เลือกใช้เยอะถึง 64 แบบ แล้วยังสามารถถ่ายวิดิโอสั้นๆได้อีกด้วย




ที่มา : 
http://teen.mthai.com/lifesgood/hitech/11664.html







วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันของนักเรียน

ภาพจาก : https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeJxi4WwSXIklkLPjWrF8vevpOwk-RMGSkOqpeIqM8a8UxBILdHBSGf9SxFheNv_5Td_HaLvMoJrDrEi6PJk_Yx8LjO0tjuxv5eu5P2u43swZBVr6EtYca2GzR9Hkn-Ot8gmqc91jTYI8/s1600/KM8.jpg
          เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคนเรามาก เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยและอำนายความสะดวกในด้านต่างๆเช่นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ยุคสมัยนี้คอมพิวเตอร์กำลังถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆกันอย่างกว้างขวางเช่นทุกวันนี้  การที่เราจะบรรยายหรือนำเสนอเรื่องราวต่างๆโดยอาศัยการพูดหรือการเขียนกระดานอย่างเดียวนั้น  คงจะเป็นเรื่องที่ล้าสมัยและน่าเบื่อเอามากๆเนื่องจากในปัจจุบันนี้  เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่ในสำนักงานหรือสถาบันการศึกษาทั่วๆไปนั้น มีความสามารถในการแสดงภาพ เสียง และข้อความ ต่างๆประสานสอดคล้องกันเป็นอย่างดี 

ภาพจาก : http://storyboards.greghigh.com/PresentationGraphics.jpg

เทคโนโลยี คืออะไร
          เทคโนโลยี (Technology) คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น
ความสำคัญของเทคโนโลยี
          1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์
          2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา
          3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ
       
          จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีมากมายหลายประเภท แต่ละอย่างล้วนมีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป แต่ในชีวิตประจำวันของนักเรียนจะขอยกตัวอย่างบางประเภทที่คาดว่าใช้มากที่สุด
1.สมาทโฟน
ภาพจาก : http://thumbsup.in.th/wp-content/uploads/2013/02/smartphones-thumb.jpg
          เป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่คิดว่าไม่มีใครที่ไม่มีในตอนนี้แล้ว เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันวันของเราแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะทานข้าว นั่งรถ ทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ แล้วก็ล้วนแต่ต้องมีสมาทโฟนมาเกี่ยวข้อง บางครั้งก็ใช้เพื่อการทำงาน หาข้อมูลต่างๆ หรือจะใช้เพื่อความบันเทิง 
2.คอมพิวเตอร์
ภาพจาก : https://sornsawan121.files.wordpress.com/2013/09/203010.jpg
          ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคอมพิวเตอร์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราใช้กันมากอยู่แล้ว เราสามารถใช้ในการพิมพ์งาน ค้นหาสิ่งต่างๆ ได้อย่างสะดวก ในชีวิตประจำวันวันของเรายังต้องเจอกับเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้อีกมากมายรอบตัวเรา
3.ยานพาหนะต่างๆ            
ภาพจาก : http://www.headlightmag.com/main/images/stories/jimmy01/Volkswagen/2010_06_11_14_VW_Scirocco_Test/2010_06_11_VW_Scirocco_Design_03.jpg
 การที่เราต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เราก็ต้องใช้ยานพาหนะในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะส่วนตัวหรือสาธารณะซึ่งต่างก็ล้วนเป็นการใช้เทคโนโลยีทั้งสิ้น และยิ่งในปัจจุบันนี้ปริมาณการใช้ยานพาหนะส่วนตัวในการเดินทางก็เพิ่มมากขึ้นประกอบกับเชื้อเพลิงของมันซึ่งก็คือ น้ำมัน ก็มีราคาสูงขึ้น จึงส่งผลให้มีการพัฒนายานพาหนะต่างๆให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงชนิดอื่นที่ช่วยลดต้นทุนของผู้ใช้เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือได้ประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ที่มา :  http://fivegirls.exteen.com/20120915/entry-1
https://www.l3nr.org/posts/522923
http://my.dek-d.com/hierophant/blog/